บ้านเก่า ...ในโฉมใหม่
| พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า ในสถาปัตยกรรมแบบใหม่ |
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเก่า
อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เดิมเรียกว่า “พิพิธภัณฑ์ยุคก่อนประวัติศาสตร์บ้านเก่า”
ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๗
เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกในประเทศไทย ที่สร้างขึ้นบริเวณแหล่งขุดค้นทางโบราณคดี
เดิมเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวทรงไทยประยุกต์ ใช้เก็บรักษาโบราณวัตถุที่พบจากการสำรวจขุดค้นทางโบราณคดีบริเวณบ้านเก่าและในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี
นักโบราณคดีและทีมสำรวจในโครงการความร่วมมือโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ไทย-เดนมาร์ค
เคยใช้เป็นที่พักระหว่างการขุดค้นบริเวณริมฝั่งแม่น้ำแควน้อยในช่วง พ.ศ. ๒๕๐๓ –
๒๕๐๕
| โครงกระดูกและของใช้ที่พบในหลุมขุดค้น |
ภายในอาคารจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ
“วัฒนธรรมบ้านเก่า” ซึ่งหมายถึงกลุ่มวัฒนธรรมสมัยหินใหม่ทางภาคตะวันตกของประเทศไทย
ที่ผู้คนตั้งถิ่นฐานถาวรอยู่ตามที่ราบหรือเชิงเขาไม่ไกลจากลำน้ำ
ดำรงชีวิตด้วยการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และล่าสัตว์
รู้จักทำขวานหินขัดและมีภาชนะดินเผาที่หลากหลาย มีภาชนะรูปทรงโดดเด่น คือหม้อสามขา
ภาชนะทรงพาน ภาชนะมีคอและเชิงสูง และภาชนะทรงถาดก้นลึก กำหนดอายุราว ๓,๕๐๐ – ๔,๐๐๐
ปีมาแล้ว และมีความสัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดีร่วมสมัยทางภาคใต้ของประเทศไทยและทางตอนเหนือของมาเลเซีย
| หม้อสามขา ภาชนะดินเผาที่โดดเด่น |
ต่อมา พ.ศ. ๒๕๓๐
กรมศิลปากรได้ก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์หลังใหม่เป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว
พร้อมปรับปรุงการจัดแสดงภายใน
โดยเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุจากอาคารเดิมและจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รวมถึงโบราณวัตถุที่ได้จากการสำรวจขุดค้นใหม่ในจังหวัดกาญจนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงมาจัดแสดง
เพื่อให้บริการแก่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา
และผู้สนใจในฐานะแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี
จากกาลเวลาที่ผ่านมายาวนานกว่า ๓๐ ปี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า จึงมีสภาพทรุดโทรมลง
ประกอบกับการศึกษาค้นคว้าทางโบราณคดีเกี่ยวกับวัฒนธรรมบ้านเก่าและเรื่องราวที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง
ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ซึ่งสมควรได้รับการเผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้าง กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
บ้านเก่า เพื่อให้เป็นศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมบ้านเก่า
รวมถึงองค์ความรู้ด้านโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ที่มีความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน
| ภาพเขียนบนผนังถ้ำที่จำลองมาพร้อมภาพถ่าย |
ทั้งรูปแบบอาคารที่สะดุดตา
โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลุมขุดค้นทางโบราณคดีเป็นทรงสี่เหลี่ยมสื่อถึงการพบโบราณวัตถุที่แทรกอยู่ในชั้นดิน
ภูมิทัศน์ที่เปิดให้สัมผัสบรรยากาศภูมิประเทศเพื่อให้เข้าใจถึงการตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยบนพื้นที่แหล่งโบราณคดีจริง
รวมไปถึงนิทรรศการภายใน ที่ตั้งใจให้เป็นพิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์ที่สุด
| ภาชนะดินเผาในรูปแบบต่าง ๆ ที่ขุดพบจำนวนมาก |
การจัดแสดงนิทรรศการภายในเน้นไปที่เนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมบ้านเก่าและแหล่งโบราณคดีอื่นที่เกี่ยวข้องกับ“วัฒนธรรมบ้านเก่า”
หมายถึงกลุ่มวัฒนธรรมสมัยหินใหม่ทางภาคตะวันตกของประเทศไทย
ที่ผู้คนตั้งถิ่นฐานถาวรอยู่ตามที่ราบ หรือเชิงเขาไม่ไกลจากลำน้ำ
ดำรงชีวิตด้วยการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และล่าสัตว์
รู้จักทำขวานหินขัดและมีภาชนะดินเผาที่หลากหลาย มีภาชนะรูปทรงเด่นคือหม้อสามขา
ภาชนะทรงพาน ภาชนะมีคอและเชิงสูง และภาชนะทรงถาดก้นลึก กำหนดอายุราว ๓,๕๐๐ – ๔,๐๐๐
ปีมาแล้ว และมีความสัมพันธ์กับแหล่งโบราณคดีร่วมสมัยทางภาคใต้ของประเทศไทยและทางตอนเหนือของมาเลเซีย
| วัฒนธรรมโลงไม้ ที่พบในจังหวัดกาญจนบุรี |
โดยมีการจัดแสดงการขุดค้นและหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้จากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านเก่า
เช่น โครงกระดูก เครื่องมือหินขัด เครื่องประดับ
ภาชนะดินเผาที่เรียกว่า “หม้อสามขา” เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมบ้านเก่า จัดแสดงเครื่องมือหินจำลอง
จำนวน ๘ ชิ้นที่พบโดย ดร. เอช อาร์ ฟาน เฮเกเรน นักโบราณคดีชาวดัตช์ที่ถูกจับเป็นเชลยและถูกเกณฑ์มาสร้างทางรถไฟที่จังหวัดกาญจนบุรีในสมัยสงครามโลกครั้งที่
๒ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้โบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทยโดยเฉพาะที่บ้านเก่าได้รับความสนใจจากนักโบราณคดีทั้งนักโบราณคดีไทยและต่างประเทศเข้ามาขุดค้นอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
จนมีการตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า ในเวลาต่อมา ทั้งนี้ในส่วนเครื่องมือหินของจริงทั้ง
๘ ชิ้นที่ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์พีบอดี มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด
กรมศิลปากรกำลังประสานเพื่อนำกลับมาจัดแสดงด้วย
ร่องรอยอารยธรรมทวารวดีและขอมโบราณ
นอกจากการจัดแสดงนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์แล้วผู้ชมยังสามารถเยี่ยมชมหลุมขุดค้นทางโบราณคดีที่โรงเรียนวัดท่าโป๊ะ
ซึ่งตั้งอยู่ข้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า ซึ่งมีการขุดพบโครงกระดูกจำนวนมาก และกรมศิลปากรยังคงขุดค้นและดำเนินงานทางโบราณคดีอย่างต่อเนื่อง กรมศิลปากรจึงปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อให้ผู้เข้าชมเข้าใจถึงลักษณะภูมิประเทศของบ้านเก่า
เนื่องจากบ้านเก่าเป็นวัฒนธรรมยุคหินใหม่ที่อยู่ในสังคมเกษตรกรรมเริ่มเข้าตั้งถิ่นฐานในที่ราบเพื่อการเพาะปลูก
ดังนั้นในพื้นที่ด้านหลังพิพิธภัณฑ์จะมีทางเดินชมธรรมชาติที่เห็นถึงแหล่งน้ำด้วย
สำหรับแผนงานต่อไป กรมศิลปากรมีโครงการจัดตั้ง “ศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมบ้านเก่า” ขึ้น ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเก่า เพื่อเป็นสถานที่ศึกษา วิจัย ของนักวิชาการด้านโบราณคดี ทำให้ความรู้ทางวิชาการโบราณคดีวัฒนธรรมบ้านเก่าดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง และสามารถเชื่อมโยงความรู้ด้านงานโบราณคดีกับองค์ความรู้ด้านต่างๆ เข้าด้วยกันแบบสหวิชาการ และเมื่อรวมกับอุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ที่อยู่ใกล้กัน ยิ่งเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีได้เป็นอย่างดี
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น